วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568

ครั้งที่ 14

 ครั้งที่ 10 การจัดโครงการสัมมนาครั้งนี้ “สร้างสรรค์สามมิติในโลกกราฟฟิก

เพื่อนพูดถึงกราฟฟิกสามมิติในวงการบันเทิง และให้สร้างสรรค์สื่อเสมือนจริงและเขียนวิธีการนำไปใช้และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน





สิ่งที่ได้รับ สามารถนำความรู้ไปสร้างสรรค์สื่อสามมิติได้ และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถพัฒนาเด็กและสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 ครั้งที่ 11 การจัดโครงการสัมมนาครั้งนี้ “GenZ สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

สัมนาครั้งนี้เป็นของกลุ่มเรา ซึ่งกลุ่มของเราแนะนำวัฒนธรรมและการแต่งตัวในยุคของเด็ก Gen Z และอธิบายแต่ละ Gen 

ว่ามีการแต่งตัวแบบใดบ้าง เช่น การแต่งตัวยุค 90 การแต่งตัวย้อนยุค Y2K และเรามีกิจกรรมให้เพื่อนร่วมกันทำดังนี้

กิจกรรมที่ 1 เกมใครไวกว่ากัน

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ให้เพื่อนแต่ละกลุ่มนะเสื้อผ้ามาคนละ1ชิ้น และให้แต่ละกลุ่มครีเอทการแต่งตัวและออกมานำเสนอชุดที่แต่งออกมา กิจกรรมนี้เพื่อนๆจะได้ระดมความคิดและยังได้ทักษะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกด้วย


กิจกรรมที่ 2 มัดย้อมมัดใจ

กิจกรรมนี้เพื่อนๆจะได้ช่วยกันทำเสื้อมัดย้อมโดยเป็นการออกแบบเอง ตามความคิดสร้างสรรค์ และให้ออกมาแนะนำผลงานตั้งชื่อผลงานของกลุ่มตัวเอง โดยกิจกรรมนี้เพื่อนจะได้คิดถึงความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบผลงานของกลุ่มตัวเอง และได้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม








ครั้งที่ 13

 ครั้งที่ 9 การจัดโครงการสัมมนาครั้งนี้ คือ “Coding คิดได้ เล่นเป็น

การจัดสัมมนาครั้งนี้จัดเป็นรูปแบบออนไลน์เพื่อนได้พูดถึง การทำสื่อต่างๆเช่นบอร์ดเกม

เกมบันไดงู เกมเศรษฐี เป็นต้น เพื่อนได้พูดและแนะนำถึงการทำสื่อที่เป็นในลักษณะนี้ เพื่อให้เกิดความรู้และยังได้ความสนุกสนานกับเด็กๆอีกด้วย

สิ่งที่ได้รับ สามารถนำไปพัฒนาทักษะในการทำสื่อการสอนให้เกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น นอกจากเด็กจะได้ความรู้อย่างได้ความสนุกสนานและเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นไม่มีแต่ทฤษฎีมากเกินไป





ครั้งที่ 12

 ครั้งที่ 7 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ “สารนิทัศน์ประเมินเด็กได้จริงหรือ ?

เพื่อนได้พูดถึงการสร้างผลงานสารนิทัศน์มีกี่ประเภท ดังนี้

1.ผลงานทางภาษาเขียน

2.ผลงานทางภาษาพูด

3.ผลงานทางภาพวาด

4.ดนตรีและการเคลื่อนไหว

5.ผลงานการสร้างสามมิติ

หลังจากนั้นได้ให้ทำหลังจากนั้นได้ให้ทำกิจกรรมหนูน้อยนักประดิษฐ์ โดยมีอุปกรณ์เหลือใช้มาสร้างเป็นผลงานหนึ่งชิ้นและออกมานำเหลือใช้มาสร้างเป็นผลงานหนึ่งชิ้นและออกมานำเสนอ

สิ่งที่ได้รับ สามารถใช้สารนิทัศน์สร้างผลงานได้หลากหลายประเภทและสามารถนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างเป็นสื่อผลงานได้




ครั้งที่ 8 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ “ Stem fun & Lean สนุกคิดสนุกสร้าง

เพื่อนมีลูกหนึ่งรูปมาให้ดูและให้เราช่วยกันวิเคราะห์ว่าภายในรูปมีอะไรบ้างดังหัวข้อต่อไปนี้

-who  ใคร

-what อะไร

-when เมื่อไหร่

-where ที่ไหน

-why ทำไม

-how อย่างไร

หลังจากนั้นเพื่อนได้ให้ทำกิจกรรมดังนี้

กิจกรรมสืบคดีโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมและเทคนิคSW1H

โดยในกิจกรรมนี้ทุกคนในกลุ่มต้องช่วยกันหาฆาตกรว่าใครเป็นคนฆ่า โดยมีข้อมูลดังนี้

ลายนิ้วมือของบุคคลต้องสงสัยทั้งสามคน และคำให้การของผู้ต้องสงสัยทั้งสามคน

กลุ่มของพวกเราได้วิเคราะห์ช่วยกันได้ข้อมูลออกมาว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดคือเอก เพราะคำให้การของเอกย้อนแย้งกับข้อมูลกลับที่ผู้ตายอยู่ในห้อง ถ้าจากคำให้การเอกมีพิรุธที่สุดและไม่เป็นความจริงมากที่สุด






ครั้งที่ 11

ครั้งที่ 6 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ “สร้างภูมิคุ้มกันโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช้ EF” 

เพื่อนพูดถึงความหมายของ EF ทักษะและองค์ประกอบ ดังนี้

ความหมายของ EF (Executive Functions) คือ เป็นกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ช่วยให้คนเราสามารถควบคุม ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ

องค์ประกอบของ EF (Executive Functions) คือ 

กลุ่มทักษะพื้นฐาน

1. ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) การจำข้อมูล และจัดการกับข้อมูล คิดเชื่อมโยง
กับประสบการณ์เดิม และประมวลผลเพื่อนำไปใช้งานต่อ

2. การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) หยุดคิด และไตร่ตรองก่อนทำหรือพูด พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ และรู้จักรอ

3. การยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility) ปรับความคิดเมื่อเงื่อนไข หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป รู้จักคิดนอกกรอบ และเห็นวิธีการรวมทั้งโอกาสใหม่ ๆ

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง

4. การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention) มีสมาธิต่อเนื่อง จดจ่อในสิ่งที่ทำ

5. การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) จัดการกับอารมณ์ และแสดงออกได้อย่าง
เหมาะสม มีความมั่นคงทางอารมณ์

6. การติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring) รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ทบทวนการกระทำ 
และสะท้อนผลการกระทำของตัวเองได้ แก้ไขเมื่อพบข้อบกพร่อง

กลุ่มทักษะการปฏิบัติ

7. การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) มีความคิดริเริ่ม คิดนอกกรอบได้ ตัดสินใจลงมือทำ
ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครเตือน

8. การวางแผนและจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organising) ตั้งเป้าหมาย วางแผน
เป็นขั้นตอน จัดลำดับความสำคัญ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ

9. การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) มีแรงจูงใจ และความพยายามเพื่อทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ มีความมุ่งมั่น อดทนต่อความยากลำบาก

สิ่งที่ได้รับ ทักษะEF สามารถนำไปพัฒนาทักษะของเด็กปฐมวัยได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ความจำหรือการวางแผนต่างๆ และทักษะนี้ยังเป็นการเรียนรู้และพัฒนาเด็กที่ดีอีกด้านหนึ่งอีกด้วย






ครั้งที่ 10

 ครั้งที่ 5 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ  "Unlock Your English adventure"

กิจกรรมสัมนาครั้งนี้เป็นการสอนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่จะนำมาปรับใช้กับเด็กปฐมวัย ไม่ว่าจะเป็นการสอนในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนภาษาอังกฤษก็เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาที่สำคัญ

เราสามารถนำภาษาอังกฤษมาสอนได้ในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น

-ปริศนาคำทาย

-บัตรคำ

-การเล่านิทาน

เพื่อให้เกิดการศึกษาที่หลายรูปแบบและไม่น่าเบื่อ

สิ่งที่ได้รับภาษาอังกฤษสามารถนำไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัยได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการเรียนในห้องหรือนอกห้อง เราสามารถนำมาปรับใช้ในการสอนได้เช่น

วันเดือนภาษาอังกฤษ การนับเลขเป็นภาษาอังกฤษหรือการแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเป็นต้น





ครั้งที่ 9

 ครั้งที่ 4 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ "ทดลองอย่างนักวิทย์ สนุกคิดกบวิทยาศาสตร์"

โดยกิจกรรมที่ 1 คือ กิจกรรมสีสัน COLORFUL 

เป็นกิจกรรมที่ให้นำกระดาษทิชชู่มาตัดเป็นรูปทรงตามที่ตัวเองต้องการและนำสีเมจิกมาจุดลงบนกระดาษทิชชู่ ให้เกิดสีสันจากนั้นนำน้ำมาพรมใส่กระดาษทิชชู่ เพื่อให้สีเมจิกแตกตัวเป็นสีสันที่สวยงาม

กิจกรรมที่ 2 คือ วัฏจักรการทดลองบ้านนักวิทยาศาสตร์

ในกิจกรรมนี้เพื่อนได้ให้อุปกรณ์มาดังนี้ 

1.หลอดพลาสติก

2.ไม้ไอติม

3.เชือก

4.กระดาษลัง

5.ตะเกียบ

โดยให้สร้างเรือเพื่อรับน้ำหนักสิ่งของให้ได้มากที่สุดกลุ่มไหนสามารถรับน้ำหนักได้มากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ


สิ่งที่ได้รับ กิจกรรมสีสัน colorful สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเด็กปฐมวัยได้เมื่อเรียนรู้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ได้ จะเกิดเป็นผลงานที่เด็กได้เรียนรู้เรื่องสีและรูปทรง รวมถึงการสร้างผลงานศิลปะอีกด้วย 


ครั้งที่ 8

 ครั้งที่ 3 การจัดโครงการสัมนาครั้งนี้ คือ “แก้ปัญหาสร้างสรรค์ ไม่ตกเทรนด์”การแก้ไขปัญหาในที่นี้คือ การแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใหม่ๆเทคนิคสร้างสรรค์ต่างๆคิดนอกกรอบความคิดเดิมๆ ประกอบด้วย 5 ขั้น ดังนี้

ขั้นที่ 1 การเข้าถึงปัญหา

ขั้นที่ 2 การคิดวิธีการแก้ไขปัญหา

ขั้นที่ 3  การเลือกและเตรียมการ

ขั้นที่ 4 การวางแผนแก้ปัญหา

ขั้นที่ 5 การลงมือปฏิบัติ


สิ่งที่ได้รับ การนำการแก้ไขปัญหาใน5ขั้นนี้ ไปใช้ในการสอนและการออกฝึกประสบการณ์ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดภายในโรงเรียนเรียนถ้าเรารู้จักรับมือและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจะทำให้รู้จักรับมือและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดี





ครั้งที่ 7

 ครั้งที่ 2 การจัดโครงการสัมนา เรื่อง “Loose part play สิ่งที่เด็กๆสร้างได้  คือ รูปแบบการเล่นร่วมกับ       "ชิ้นส่วนที่เคลื่อนย้ายได้" ที่มีอยู่ทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น วัสดุอุปกรณณ์เหลือใช้ สิ่งของจากธรรมชาติ เป็นต้น ภายในการจัดสัมมนาเพื่อนๆได้ให้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการนำวัสดุเหลือใช้มาออกแบบทำตามความคิดสร้างสรรค์โดยให้โจทย์หยิบวัสดุอะไรก็ได้แค่จำนวน 4 ชิ้นเท่านั้น นอกจากนี้ให้ทำกิจกรรมนำสิ่งที่ประดิษฐ์ออกมาแล้วรวมกลุ่มกันประดิษฐ์ชิ้นใหญ่มาอีก 1 ชิ้น


สิ่งที่ได้รับ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำสื่อการสอนได้ โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป ไม่สิ้นเปลืองแต่สามารถสร้างสื่อที่มีคุณภาพได้ และเด็กๆสามารถทำตามได้อีกด้วย



ครั้งที่ 6

 กลุ่มที่ 1 การโครงการสัมนา เรื่อง  "สร้างนวัตกรรมน้อย ด้วย GPASS 5 STEP" ซึ่งความหมาย คือ การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เป็นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด 5 ประการ ซึ่งเรียกว่า GPAS 5 Step 

1.GATHERING : การรวบรวมและเลือกข้อมูล

2.PROCESSING : การจัดกระทำข้อมูล
3.APPLYING : การประยุกต์ใช้ความรู้
-A1 : Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
-A2 : Applying the Communication Skill) ขั้นสื่อสารและนำเสนอ
4.SELF – REGULATING : การกำกับตนเอง หรือ การเรียนรู้ได้เอง
สิ่งที่ได้รับในวันนี้ คือ การนำ GPASS 5 STEP ไปปรับใช้ในการออกฝึกประสบการณ์หรือการทำวิจัยในชั้นเรียนเพราะมีขั้นตอนในการเก็บข้อมูล/รวบรวมข้อมูล/การจัดกระทำข้อมูล/การประยุกต์ใช้ความรู้/การเรียนรู้ด้วยตนเอง




ครั้งที่ 5

  การเรียนรู้ในวันนี้ได้เรียนผ่าน Zoom เนื่องจากสถานการณ์ PM 2.5 ทางมหาลัยได้มีประกาศให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ พูดคุยเกี่ยวกับการจัดสัมนาว่าไปถึงไหนแล้ว และให้กลุ่มแรกที่จัดสัมนาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการจัดสัมนาให้สัปดาห์ถัดไป



ครั้งที่ 4

 อาจารย์ถามติดตามงานกับข้อมูลที่ให้ไปค้นหานอกห้องเรียนด้วยตัวเอง และแบ่งว่าวันที่สำหรับจัดสัมนา

ซึ่งกลุ่มพวกเราได้จัดสัมนาในวันที่ 2 เมษายน 2568 ในหัวข้อ Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ

และอาจารย์ได้ให้เขียนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้ในการจัดสัมนาในครั้งนี้ กลุ่มพวกเราได้เขียนอุปกรณ์เบิกอาจารย์ดังรูป



ครั้งที่ 3

 ไม่ได้เข้ารียนรู้ในห้องเรียน เนื่องจากอาจารย์ให้ออกมาหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสัมนาของกลุ่มตัวเอง

โดยข้อมูลที่พวกเราหาในวันนี้คือ

1.อายุของแต่ละ Gen ดังนี้

-Gen B คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2489-2507  (1946-1964)

-Gen X คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508-2522 (1965-1979)

-Gen Y หรือ Millennials คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2540 (1980-1997)

-Gen Z คือ คนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2541-2565 (1998-2024)

-Gen A หรือ Gen Alpha คือ กลุ่มคนนี้จะเกิดในช่วงปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

2.วัฒนธรรมที่รับเข้ามา

-ด้านการแต่งกาย เช่น แต่งกายย้อนยุคไปในยุค90

-ด้านอาหารการกิน เช่น การกินหมาล่า 

ครั้งที่2

 อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม5-6คน คิดชื่อการจัดสัมนาที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้ กลุ่มของพวกเราได้ตั้งชื่อสัมนานี้ว่า

Gen Z สร้างสรรค์ พาชาติไทยเจริญ” โดยโครงการนี้พวกเรากำลังจะให้ความรู้เกี่ยวกับเด็กในยุคของ 

Gen Z ว่ามีวัฒนธรรมอย่างไร เช่น อาหารการกินที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากจีน คือ การกินหมาล่า , การแต่งตัวย้อนยุคที่ย้อนไปในยุค 90 และการแต่งตัวที่ได้วัฒนธรรมมาจากประเทศอื่นๆ เป็นต้น

โดยสัมนานี้พวกเราแบ่งหน้าที่กัน ดังนี้

นางสาวสิริมาภรณ์ เรืองพุทธ (น้ำใส) รับหน้าที่ วิทยากร

นางสาวรสรินทร์ เขียนทอง (น้ำเฟิร์น) รับหน้าที่ วิทยากร

นางสาววรรณฤดี ด้วงมณี (หยก) รับหน้าที่ ประธานโครงการ

นางสาวฐิตาพร กลิ่นจันทร์ (แพร) รับหน้าที่ พิธีกร

นางสาวอริษา คะหาญ (เตย) รับหน้าที่ พิธีกร

ครั้งที่ 1

 เป็นการเจอกันครั้งแรกในการเรียนวิชาสัมนา อาจารย์แนะนำรายวิชาและพูดถึงบทเรียนในเทอมนี้ หน่วยกิตวิชานี้ 2 หน่วยกิต เป็นวิชาที่จัดขึ้นเพื่อทำโครงการและสัมนา



ครั้งที่ 14

 ครั้งที่ 10 การจัดโครงการสัมมนาครั้งนี้ “ สร้างสรรค์สามมิติในโลกกราฟฟิก ” เพื่อนพูดถึงกราฟฟิกสามมิติในวงการบันเทิง และให้สร้างสรรค์สื่อเสมื...